2007/Jun/19

10 นิสัยไม่ควรใช้ในที่ทำงาน

สวัสดีค่ะท่านสมาชิกชาว cyber ทุกท่าน ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้น บางครั้งก็มีฝน อย่างไรก็รักษาสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ ที่ผ่านๆมาเราพูดกันถึงการดูแลรักษาสุขภาพกายกันมากมาย คราวนี้ดิฉันคิดว่าเรามาดูแลและพัฒนาสุขภาพจิตในการทำงานกันดีกว่าค่ะ

..บางครั้งสิ่งที่เราทำจนเคยชินโดยไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก แต่มันอาจไม่สบอารมณ์ของผู้ร่วมงานก็เป็นได้ ดิฉันคาดว่าข้อมูลที่จะกล่าวถึงนี้น่าจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และสร้างสุขภาพจิตที่ดีให้บังเกิดแก่ตนเองได้ค่ะ

1. จะพูดจาปราศรัยกับใคร.. คุณระมัดระวังแค่ไหน

บางครั้งคนเราก็มีหลุดคำพูดที่ไม่เหมาะไม่ควรเวลาคุยกับคนอื่นบ้าง แต่สำหรับคุณ มันเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน ถ้าเกิดขึ้นแทบทุกครั้งก็ไม่ใช่หลุดแล้ว คุณต้องกลับมาพิจารณาตัวเองดูว่า คุณเป็นคนปากเสีย ที่ชอบพูดจาไม่เข้าหูใครใช่ไหม

2. นินทาแหลก

อันนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า คงห้ามไม่ได้ แต่ถ้านินทาคนอื่นจนเสียหายหลายแสน เรื่องไม่ต้องถึงหูคนที่คุณนินทาหรอก คนที่คุณกำลังเม้าท์แตกให้ฟังนั่นแหละ เค้าจะรังเกียจ จนกระทั่งเอาไปพูดให้คนอื่นรู้กันทั่ว ทีนี้ใครอยากจะคบกับคุณก็แปลกแหละ

3. ชอบลืมกระเป๋าสตางค์

อะไรจะขี้ลืมขนาดนั้นนะ ตอนลงไปกินข้าวด้วยกันก็ลืมกระเป๋าสตางค์ ตอนได้แจกซองผ้าป่าก็ลืม เวลาเพื่อนยืมเงินก็ลืมอีก ที่สำคัญ เวลายืมเงินคนอื่นก็ยังชอบลืมคืน นิสัยแบบนี้ไม่ดีอย่าทำล่ะ

4. ประจบประแจง เลียแข้งเลียขา

นิสัยแบบนี้สังเกตตัวเองได้จาก คุณชอบจับผิดเพื่อนร่วมงาน แล้วเอาไปเล่าให้เจ้านายฟังหรือเปล่า หรือบางทีก็แกล้งพูดขึ้นมาเสียงดังให้เจ้านายได้ยิน เมื่อใครมาทำงานสายประมาณว่า อ้าว! รถติดเหรอจ๊ะเธอ แหมแต่ฉันโชคดีรีบออกมาเลยมาถึงตั้งแต่ 7 โมงเช้า

นอกเหนือจากนั้นก็คือ รอกินข้าวพร้อมเจ้านายทุกวัน ไม่ว่าเขาจะชอบกินกับคุณหรือไม่ และรีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยถือของทุกครั้งที่เจ้านายมาถึง ทั้งที่มีแฟ้มบางๆ แค่อันเดียว มันออกจะนอกหน้านอกตาไปหน่อย ว่าไหม รับรองได้ว่าคุณจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ใครๆ ต่างรังเกียจเข้าไส้..แต่จะได้ดิบได้ดีหรือเปล่าไม่ขอยืนยัน

5. ขาด ลา มาสาย บ่อยๆ เกินหน้าเกินตาคนอื่น

ด้วยเหตุผลสารพัด ไม่ว่าจะเป็นรถติด รถตาย หรือว่าท้องเสีย ไม่สบาย มีธุระกะทันหัน ถ้านานๆที ก็คงไม่มีอะไรเสียหายหรอก แต่สายบ่อยๆ ใครจะเชื่อคุณล่ะ

6. เจ้าอารมณ์ หรือเอาแต่ใจตัวเอง

อันนี้เป็นพื้นฐานส่วนตัว คุณอาจต้องใช้เวลารักษาหน่อย แต่หากคุณดื้อดึงหรือไม่สนใจกับนิสัยตรงนี้ของคุณ ก็ขอบอกว่าเกิดผลเสียกับตัวคุณเต็มๆ และจะมีหลายคนได้รับผลกระทบอันนั้นแน่นอน เพื่อนร่วมงานก็คงเข้าหน้าไม่ติด และยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าคนนายคนด้วยแล้ว ลูกน้องก็คง ไม่ค่อยชอบหน้าคุณเท่าไรนัก

7. ชอบเอาปัญหาส่วนตัวมาเที่ยวปรึกษาให้เพื่อนร่วมงานฟัง

เรื่องนี้ดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าคุณทำบ่อยๆ นอกจากจะเสียงานเสียการได้แล้ว คนอื่นก็คงไม่ค่อยอยากคุยกับคุณเท่าไรนัก ต้องแบ่งแยกให้ดีระหว่างเรื่องส่วนตัวกับงาน

8. แอบเอางานนอกมาทำ

ก็ประมาณว่ารับจ็อบกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ แล้วเผอิญเดดไลน์ คุณต้องส่งให้ทันก็เลยหอบมาทำที่ทำงาน ใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องซีร็อกซ์ กับปริ้นเตอร์ที่ทำงานเสร็จสรรพ ของอย่างนี้ไม่มีคำอธิบาย นอกจากจะบอกว่ามันไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง

9. ชอบทำเหมือนกับตัวเองเหนือกว่าคนอื่น

ชอบดูถูกผู้อื่นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร คุณเป็นต้องดีเด่นกว่า และวาจาของคุณช่างน่าหมั่นไส้ ดูเหมือนว่าใครๆ ก็ดีได้ไม่เท่าคุณ แม้ว่าคุณจะมาจากตระกูลที่ดีขนาดไหน จบจากสถาบันที่ชื่อเสียงโด่งดังจากแห่งใด แต่ถ้าไม่เรียนรู้ที่จะเข้ากับคนอื่นได้ คุณก็ยังเป็นแค่คนที่ยังหลงอยู่ในยุคนางทาสนั่นแหละ

10. แข็ง ไม่ยอมใคร

ถ้าคุณมีนิสัยแบบนี้แล้วไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ล่ะก็ คุณอาจจะเป็นผู้เปลี่ยนงานบ่อยๆ ได้ บางครั้งคุณก็ต้องปล่อยบางสิ่งบางอย่างให้มันผ่านพ้นไปบ้าง แล้วให้กาลเวลาเป็นผู้ตัดสินว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นถูกต้อง

ครบสิบข้อแล้ว มีข้อไหนที่สะดุดใจบ้างไหมว่า ช่างเหมือนตัวคุณเสียเหลือเกิน แต่ถ้ายังมองไม่เห็นอยู่ละก็ คุณก็คงจะเกินเยียวยาแล้วแหละ หากอยากทำงานด้วยความสุขสบายใจทั้งตัวคุณเองและเพื่อนร่วมงาน ต้องมองหาข้อบกพร่องของตัวเองและหาทางแก้ไขแล้วนะคะ

ร.อ.หญิง นลินี กองรอด

ขอขอบคุณ ที่มา www.kapook.com

2007/Jun/10

สุดยอดอาหารต้านความแก่

เรื่องของความแก่นั้นเป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย โดยเฉพาะผู้หญิงนั้น คำว่า แก่ เป็นอะไรที่ทำให้เกิดโมหะจริตยากที่จะระงับได้หากใครมาพูดให้ได้ยินใกล้ๆ ในวารสารฉบับนี้จึงจะนำเรื่องชะลอความแก่มาลงให้ท่านสมาชิกได้อ่านกัน เพื่อเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง

แนวทางการแพทย์เวชศาสตร์อายุวัฒน์ กำลังได้รับความนิยมเพราะใครๆ ก็อยากอยู่อย่างมีคุณภาพด้วยอายุขัยที่มากขึ้น และอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญของการชะลอความแก่ของวัย

คำว่า เวชศาสตร์อายุวัฒน์ โดย นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช บัญญัติจาก ภาษาสันสกฤตสองคำนำมาสมานกันโดยให้ความหมายตรงกับคำว่า Anti aging คือการมีชีวิตที่ยืนยาวและเจริญรุ่งเรือง หรือ มีคุณภาพชีวิตที่ดี นั่นเอง (อายุ (Ayu)=ชีวิต,วัฒนะ=เจริญรุ่งเรือง)

จากการบรรยายของนายแพทย์ กฤษดา ศิรามพุช เจ้าของหนังสือขายดี ถอดรหัสความชรา ตอนชีวิตเริ่มต้นที่ หกสิบปี ในหัวข้อ Anti aging medicine and Nano Era ให้กับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ที่สนใจแนวทางการมีชีวิตยืนยาว โดยไม่เจ็บป่วย ป่วยไข้ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ในเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา แนวทางการแพทย์ที่นับว่าเป็นแนวทางใหม่ล่าสุดที่ได้รับการคาดหมายว่า จะกลายเป็นการแพทย์ศตวรรษใหม่ คือ เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ซึ่งเป็นคำจำกัดความของคุณหมอในการแปลหนังสือเล่มแรก อายุยืนควรกำหนดได้ หรือ Life Extension Revolution ของนายแพทย์ฟิลลิป มิลเลอร์ กูรู ด้าน Anti aging medicine President ของเว็ปไซด์ A4M (http://www.worldhealth.net) ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลผลงานวิจัยการทดลองมากมายเพื่อหาวิธีต้านความชรา

ซึ่งหากจะให้คำจำกัดความง่ายๆ ศาสตร์การแพทย์แผนใหม่นี้ คือ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความแก่ชรา หาจุดอ่อนในร่างกายของแต่ละบุคคลที่ทำให้ความชรามาเยือน แล้วจึงแก้ไขให้ตรงจุดโดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เมื่อรวมกับความคาดหมายถึงความสำเร็จของ Nanomedicine sin หรือยานาโน ซึ่งจะเข้าไปทำงานในร่างกายระดับเซลล์ จึงทำให้ศาสตร์นี้เป็นความหวังใหม่ของมนุษยชาติ

สูตรยอดอาหารต้านความแก่

เมื่อหัวใจของสุขภาพร่างกายคืออาหาร ซึ่งเวชศาสตร์อายุวัฒน์ก็เน้นเรื่องของอาหารมากเช่นกัน มีความพยายามมากมายที่จะหาทางต้านความแก่ จนกลายเป็นการทดลองใช้ยาหลายๆชนิดรวมกัน ซึ่งก็พบว่าสามารถชะลอความแก่ได้ อันเรียกว่า ทฤษฎี poli-pill

ในขณะเดียวกันมีแนวความคิดใหม่เกิดขึ้นเนื่องจากคงไม่มีใครอยากกินยาวันละมากๆเพียงเพื่อการมีชีวิตอยู่ แต่หากเปลี่ยนเป็นอาหาร ก็ดูท่าว่าจะมีความเป็นไปได้สูงและผลของการทดลองก็ออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้น เมื่อพบว่าเมื่อกินอาหาร 6 อย่างนี้ ในปริมาณที่กำหนดให้ ผลการต้านความชราได้เท่ากับการกินยาหลากหลายเม็ด เรียกแนวคิดนี้ว่า poly-meal

1. ดื่มไวน์วันละ 150 มล. เนื่องจากเรสเวอราทรอลจากไวน์เป็นยอดยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ

2. ปลาจากน้ำทะเลลึกวันละ 118 กรัม เพิ่มปริมาณ Omega 3 ให้กับร่างกาย

3. ช็อคโกแลตดำวันละ 100 (ซึ่งช็อกโกแลตชนิดนี้จะไม่หวานมันเหมือนช็อกโกแลตอื่นๆ)

4.ผักและผลไม้ วันละ 400 กรัม

5. กระเทียม วันละ 2.7 กรัม

อาหารต่างๆ เหล่านี้เรารู้จักกันดี แต่อาจไม่ได้มีโอกาสรับประทานบ่อยนัก หรือเป็น อาหาร ยี้ สำหรับคนบางคนเลยทีเดียว แต่หากดูจากผลการวิจัยพบว่าอาหารต่างๆเหล่านี้ ช่วยชะลอความชราให้คุณได้จริงๆ ซึ่งเปรียบเทียบกับอีกแนวทางที่นำเสนอ คือ การกินยาให้หลากหลาย หรือ poly-meal เป็นสิ่งที่น่าพิสมัยกว่ากันเยอะ

ฮอร์โมน...การควบคุมจิตใจ

จุดที่เป็นความต่างของศาสตร์นี้อีกประการ คือ การทำความเข้าใจกับฮอร์โมนร่างกาย ซึ่งเปรียบเหมือนตัวควบคุมร่างกายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของระบบประสาท

ของเหลวที่ผลิตขึ้นจากต่อมไร้ท่อที่เรียกว่าฮอร์โมนนั้น จะมีระดับการผลิตมากหรือน้อยแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล ฮอร์โมนนับสิบชนิดที่ทำหน้าที่ต่างกัน กับเชื่อมโยงร้อยเรียงกัน จุดเดียวกับการบรรเลงบทเพลงซิมโฟนีและสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความรู้สึก อาจกล่าวได้ว่าสมองควบคุมร่างกายด้วยเส้นประสาท ส่วนจิตใจควบคุมด้วยร่างกายด้วยฮอร์โมนก็ว่าได้

ศาสตร์แห่งฮอร์โมนจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนซึ่งเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ให้ความสำคัญ โดยการตรวจวัดความสมดุลฮอร์โมนและเติมฮอร์โมนที่ขาดลงไปซึ่งเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนเนื่องจากปริมาณฮอร์โมนกระแสเลือดนั้นมีน้อยมาก เช่น ฮอร์โมนเสตียรอยด์ และไทรอยด์ฮอร์โมน ในพลาสมามีเพียง 10-6 และ 10-9 เท่านั้น การให้ฮอร์โมนเสริมจึงเป็นเรื่องที่จะต้องระมัดระวังและละเอียด ถึงขนาดที่คุณหมอกฤษดา เรียกว่า การจูลฮอร์โมนกันหลายที่ทีเดียว เพราะฮอร์โมนทุกตัวสัมพันธ์กันหมด

หากใช้รูปแบบของศาสตร์อายุรวัฒน์ จากตะวันตกคงไม่สามารถนำประโยชน์ของศาสตร์นี้มาใช้ได้อย่างเต็มที่ คุณหมอจึงให้ประยุกต์เข้ากับวิถีคนไทย โดยอิงหลักการพื้นฐานของการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย คือ อารมณ์และจิตใจ ที่มีความสัมพันธ์กับ ระดับฮอร์โมน โดยผสมเข้ากับแนวทางของพุทธศาสนา จนพบว่าการนั่งสมาธิและการทำจิตใจว่าง เป็นเครื่องมือชั้นดีในการคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุล กลายเป็นศาสตร์แห่งการผสมผสานที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ชะลอวัยด้วยเซ็กซ์ที่สุขสม

- ความรู้สึกทางเพศทำให้คุณมีอายุยืนยาวได้จริง

- เซ็กทำให้คุณเป็นเด็กลง

- ลองเปลี่ยนสถานที่หรือท่าทางเพื่อเพิ่มความสุขในเซ็กซ์

- ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มพลังทางเพศ

- พยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หัวใจสำคัญของการไม่ยอมแก่

คุณหมอกฤษดา ได้กำหนดแนวทางง่ายๆสำหรับการชะลอวัยที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เอาไว้เป็นสามแนวทางคือ

1. จำกัดปริมาณที่ได้รับจากอาหาร แต่ต้องถูกต้องตามหลักโภชนาการ

2. ใช้ชีวิตด้วยวิถีสุขภาพ

3. ดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง

โดยจะเน้นไปที่การจำกัดพลังงานที่ได้รับหรือกินอาหารให้น้อยลง แต่ยังคงคุณค่าของสารตามที่ร่างกายต้องการไว้ ถือ ได้ว่าเป็นหัวใจของการชะลอวัยเลยทีเดียว เพราะหากสาเหตุของความแก่ตัวลงของเซลล์มาจากการเผาผลาญอาหาร หรือกระบวนการเมตาบอลิซึม ทำให้เกิดของเสียจากการเผาผลาญพลังงาน นั่นคือ อนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้านี่เองที่ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น และอาการแสดงออกของความแก่ต่างๆ

วิถีสุขภาพ

- ดูแลหุ่นให้เพรียวไว้ จะเรียกได้ว่า ยิ่งยอมยิ่งอยู่ได้นานก็ไม่ผิด

- อย่าพยามยามให้เกิดแผลในร่างกาย เพราะการติดเชื้อเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเสื่อม

- เลิกสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นตัวการของความแก่ของผิวพรรณ และโรคร้ายต่างๆ

- อย่าปฏิเสธวิตามินและเกลือแร่เสริม หากคุณไม่สามารถกินอาหารได้ครบ 5 หมู่

- เลือกอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ ใส่เสื้อผ้าป้องกันแสงแดด เพื่อมิให้ผิวพรรณเหี่ยว หรือ มีรอยด่างดำ รวมทั้งฝ้า กระ

- ลดเวลาในการใช้โทรศัพท์มือถือ

- หัวเราะให้กับชีวิต

- ชะลอความเร่งรีบในชีวิตลงบ้า

หากคุณอยากมีอายุยืนยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เดินข้ามสะพานเข้าสู่ความเป็นอมตะ แน่นอนว่าคุณต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดี และนี่คือ สิ่งที่เวชศาสตร์อายุรวัฒน์แนะนำว่าคุณควรทำ เพื่อเดินทางต่อไปจนถึงอายุขัย 120 ปี โดยมีหัวใจอยู่ที่การลดปริมาณอาหารลงประมาณร้อยละ 40 แต่ยังได้โภชนาการครบถ้วน จะทำให้กลไกของร่างกายสับไกไปใช้โหมดทำงานแบบการชะลอการเผาผลาญ ส่งผลให้อนุมูลอิสระลดลง เหมือนการหลอกร่างกายว่าอยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนอาหาร ร่างกายก็จะปรับตัวเองเพื่อให้อยู่รอดนานขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวทางดังกล่าวตรงกับวัตรปฏิบัติของพระ คือ ฉันอาหารเพียง 2 มื้อ งดอาหารเย็นมื้อหนึ่ง ซึ่งเท่ากับปริมาณร้อยละ 40 เช่นกัน เราจึงเห็นพระสงฆ์ผู้มั่นในวัตรปฏิบัติมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี โดยไม่เจ็บป่วย

นอกจากการจำกัดปริมาณอาหารแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตด้วยวิถีสุขภาพ และการมีจิตใจที่แข็งแกร่ง และนี่คือข้อปฏิบัติเพื่อการมีอายุยืนยาว

สิ่งจำเป็นพื้นฐานของการก้าวสู่การมีอายุยืนยาวแนวอายุรวัฒน์

- ตรวจเช็คร่างกายประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถค้นเจอจุดอ่อนในร่างกายได้เร็วที่สุด

- เชื่อมั่นอย่างจริงจังว่าทุกคนจะต้องมีสุขภาพที่ดีที่สุด

- เปิดใจรับข่าวสารวิทยาการใหม่ ด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์

- ให้ครอบครัวรับรู้ข่าวสารใหม่ๆ พร้อมกับคุณ หากคุณเคยได้ยินมาว่าเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ คือ การใช้ฮอร์โมนเสริมเพียงอย่างเดียวนั้นคือสิ่งผิด

ยืดอายุด้วยกิจวัตรประจำวัน

- เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานให้กับร่างกาย ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ด้วยการทำตัวให้กระฉับกระเฉง งานบ้านไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับคุณ แต่ช่วยให้อายุยืนขึ้นต่างหาก

- สมองหากไม่คิดก็จะฝ่อ คุณจึงควรใช้ความคิดตลอดเวลา

- พยายามให้เหงื่อออกให้มากหน่อย เพราะหมายถึงการขับเคลื่อนของของเหลวในร่างกาย

- กำจัดน้ำหนักส่วนเกินอันเป็นที่มาของความเสื่อมทั้งหลาย

- สุนัข นอกจากเป็นสัตว์เลี้ยงคลายเหงาแล้ว ยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายอีกด้วย

- วงไพ่แบบสนุกสนานที่ไม่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ช่วยฝึกสมองของคุณได้

- ทำงานและทำงานใช้ทั้งสมองและร่างกายของคุณให้คุ้ม

จากแนวทางทั้งหมดที่เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ แนะนำอาจสรุปได้ว่า หากอยากมีอายุยืนก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม อย่าคิดว่าตัวเองแก่แล้วทำโน่นทำนี่ไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้คุณแก่จริงๆ กิจวัตรประจำวันช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉงและกล้ามเนื้อของคุณ ได้รับการกระตุ้นให้ทำงานเมื่อรวมกันกับการดูแลตัวเองมาแล้วอย่างดี ตั้งแต่อายุน้อยๆ การจะเดินทางสู่ความแก่อย่างไม่แก่ก็เป็นไปได้สูง

ลองนึกภาพคนแก่สมัยก่อน ที่ยังคงทำนา ทำไร่ ปลูกผัก ดายหญ้า หรือคนจีนที่ใช้สมองแทนเครื่องคิดเลข คนเหล่านั้นกลับห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคที่มาจากความชราอื่นๆ กลับกันเมื่อคนเราสบายขึ้น คนแก่ไม่ต้องเลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน ซ้ำไม่ต้องทำงานเพราะเกษียณแล้ว งานบ้านก็มีผู้ช่วยทำงาน ชีวิตอย่างนั้นอาจมองว่าสบาย แต่กลับเรียกโรคร้ายเข้ามารุมเร้า จึงกล่าวได้ว่า อยากมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่ในคุ้มนั้นเอง

ออกกำลังกายอีกหนึ่งของหัวใจแข็งแรง

การออกกำลังกายเป็นหัวใจของการมีสุขภาพที่ดีมาช้านาน และนี่คือ เคล็ดลับการออกกำลังกายเพื่อต้านความชนา

เคล็ดลับการออกกำลังกายสำหรับผู้ชาย

- เพิ่มการออกกำลังกายขึ้นอีกเพื่อให้ร่างกายผลิตเทสโทสเตอโรน ตามธรรมชาติ

- กินอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายได้รับโปรตีนอย่างพอเพียง

- ลองพิจารณาอาหารเสริมเพื่อการออกกำลังกายที่เหมาะสม

- ใช้ชีวิตสมบุกสมบันบ้าง เพื่อสร้างสีสันให้ชีวิต

เคล็ดลับการออกกำลังกายสำหรับผู้หญิง

- ผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนควรออกกำลังกายเป็นประจำ

- รับมือความเครียดจากการหมดประจำเดือน

- เมื่อถึงวัยทองคุณมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ก่อนออกกำลังกายต้องเช็คร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ วัยทองมักมาพร้อมกับกระดูกพรุน เลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เสริมสร้างกระดูก

- อย่าหยุด ช็อปปิ้ง อย่าลืมว่าการ ช็อปปิ้งกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้เดิน

ทำไมเราจึงแก่?

เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ เชื่อในทฤษฎีที่ว่า อนุมูลอิสระทำให้เกิดความชรา โดยอนุมูลอิสระ คือ อิเล็กตรอนที่ไม่ครบคู่ จึงพยายามวิ่งพล่านไปจับกับโมเลกุลของร่างกายทำให้เกิดผลเสียตามมาคือ เซลล์เสื่อมเร็วผิดปกติ และจะเสื่อมตามกันไปเป็นโดมิโน ทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์โดยภาพรวม และเกิดโรคจากการเสื่อมตามมา อนุมูลอิสระนั้น เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญ เพื่อให้ได้พลังงานกับร่างกาย เมื่อคุณกินอาหารเข้าไปก็เหมือนการส่งวัตถุดิบเข้าโรงงานแปรรูปหรือเถ้าถ่านซึ่งหากไม่มากเกินไป ร่างกายก็จำกัดได้ แต่หากมากเกินไป ก็จะเหลือค้างสะสมเป็นของเสียในร่างกาย

นั่นจึงเป็นคำอธิบายว่า ทำไมการจำกัดอาหารในปริมาณที่เหมาะสม จึงช่วยให้เราชะลอความแก่ได้ เป็นเพราะร่างกายไม่ต้องเผาผลาญมากเกินไป หน่วยทุกหน่วยต้องทำงานมากเพื่อสลายอาหาร ย่อมเกิดเถ้าถ่านจำนวนมาก เพื่อย่อยอาหารเหลือใช้สะสมเป็นไขมันสำรองไว้ตามร่างกาย แต่อาจไม่ได้นำกลับมาใช้เลยตลอดชีวิต เพราะคุณยังส่งพลังงานเข้าไปในร่างกายอย่างต่อเนื่องด้วยความสุขจากกการรับประทานอาหารนั่นเอง

- ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนฝูง และเข้าสังคมเป็นประจำ

- ไม่เครียด จำไว้ว่าเมื่อเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนทุกฮอร์โมนออกมา

- นอนให้หลับสบายทุกคืนเพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง

- เป็นตัวของตัวเองเพราะคุณจะมีความสุขมากที่สุด

ท่านผู้อ่านคงจะได้สาระจากเรื่องที่นำมาลงในบล็อกครั้งนี้ และหวังว่าท่านผู้อ่านจะชะลอความแก่เอาไว้ได้ไม่มากก็น้อย หากสามารถปฏิบัติตามข้อมูลดังกล่าว

โชคดี

ที่มา จากหนังสือใกล้หมอ ฉบับที่ 12

เดือนธันวาคม 2549 พ.ท.นิวัติ รัตนอุบล

2007/Jun/02

คัมภีร์หน้าใส

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งอายุ 15 หยกๆ 16 หย่อนๆ หรือ 20 กว่าๆ 35 แก่ๆ ก็ไม่มีใครแก่เกินสวยหรอกค่ะ

หลายคนกังวลล่วงหน้าไป 5 6 ปี ไอ้ที่หน้าจะไม่แก่ก็แก่ลงถนัดตา เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึง อีกหลายๆคนก็เตรียมเก็บเงินไว้เลยเพื่อเตรียมทำศัลยกรรม ดึงหน้า ดึงเหนียง ลบรอยตีนกา ฝ้า ไฝ เมื่อถึงวัยตกกระ คุณคะกรุณาอย่าตีตนไปก่อนไข้เลยค่ะ ทำไมไม่ลองหันมานึกดูละคะว่า เหตุการณ์ทั้งหลายดังกล่าวจะไม่มีโอกาสเกินขึ้นกับคุณ เพราะคุณจะดูแลรักษาผิวหน้าให้สวยสดใสด้วยวิธีง่ายๆ (แต่ไม่ค่อยมีใครรู้) ดังต่อไปนี้ค่ะ

1. อย่าถ่างตานอนดึกให้มากนัก อย่ามัวแต่คิดว่า คุณน่ะยังไหว... ใจไหวสังขารอาจไม่ไหวก็ได้จริงไหมคะ

2. ดื่มน้ำมากๆ ที่เขาว่าให้ดื่มวันละ 6 8 แก้วน่ะ หากคุณดื่มมากกว่านั้นได้ก็จะเป็นการดี และยิ่งถ้าเป็นน้ำเปล่าก็ยิ่งจะดีใหญ่ หากคุณชอบดื่มน้ำอัดลมก็ดื่มได้เป็นครั้งคราว เพราะถ้าดื่มมากๆ จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและกัดกระเพาะจนคุณปวดท้องได้

3. ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ บริหารตัวแล้วอย่าลืมบริหารหน้านวดด้วยนะคะ ตัวเต่งตึงแต่หน้าเหี่ยวก็หมดกัน !!!

4. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดน้ำชา กาแฟ งดสูบบุหรี่ เพราะมันจะทำให้คุณแก่เกินอายุค่ะ ถ้าใครเถียงหละก็... ขอท้าให้คุณสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟจัดๆ ลองเดินคู่กับเพื่อนที่ไม่ดื่ม ไม่สูบ แล้วถามคนอื่นๆดูว่าคุณกับเพื่อนใครแก่กว่ากัน

5. อย่าตากแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดที่แรงจัด มิเช่นนั้นหน้าของคุณจะแก่ไม่รู้ตัวค่ะ

6. ใช้โลชั่นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความเสี่ยง หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้แก่ เช่น อยู่แต่ในห้องแอร์ ที่เปิดเบอร์เดียวหนาวจัดตลอดปีตลอดชาติ หากแอร์ของคุณปรับได้ กรุณาปรับอุณหภูมิบ้างเถอะค่ะ

7.ทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ แล้วยิ่งหากคุณเป็นสิวด้วยแล้วคุณควรใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะสำหรับการรักษาสิวเท่านั้น โฟมที่มีส่วนผสมของ AHA จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณลื่นขึ้น ที่สำคัญห้ามแกะสิวอย่างเด็ดขาด คนที่เป็นสิวเสี้ยนหากยิ่งแกะ ผิวของคุณหลังแกะก็จะคล้ายกับโลกดวงจันทร์ ส่วนบรรดาสิวมีหนองทั้งหลาย หากยิ่งแกะก็จะยิ่งเกิดการอักเสบ สิว เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าของคุณดูเครียดและแก่ได้โดยเฉพาะบรรดาผิวโลกดวงจันทร์ทั้งหลายค่ะ

8. หากคุณเป็นคนผิวแห้ง ควรใช้มอยซเจอร์ไรส์ก่อนนอนทุกครั้ง และถ้ามีส่วนใดที่แห้งเป็นพิเศษ ควรใช้โลชั่นที่มี AHA ทาให้ทั่วบริเวณ แต่ถ้าคุณเป็นคนหน้ามัน ควรใช้มอยซเจอร์ไรส์ชนิดเจลจะเหมาะกว่าชนิดครีม

9. อย่าใช้มืออันแสนสกปรกในช่วงวันไปสัมผัสใบหน้า จำไว้ว่างทุกครั้งเมื่อไปถึงที่ทำงานหรือทันทีที่กลับถึงบ้านให้คุณล้างมือก่อนเสมอ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการที่คุณจะเผลอเอามือไปจับหน้าจับตาให้สิวขึ้นได้

10. ล้างเครื่องสำอางออกอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัย ให้คุณล้างมาสคารา หรืออายแชโดว์ ด้วยเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน ทั้งนี้เพื่อมิให้น้ำมันที่ว่าแทรกซึมไปตามผิวหนังส่วนอื่นๆ อันจะชักนำให้สิวพากันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

11. หากคุณมีปัญหาเรื่องผิวบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ให้คุณปรึกษาแพทย์โรคผิวหนังที่ชำนาญเท่านั้น อย่าได้มัวเสียเวลาไปหาที่ปรึกษาความงามตามเคาน์เตอร์ต่างๆ ใครจะมารู้ดีกว่าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางล่ะคะ

เมื่อปฏิบัติได้ตามนี้ (อย่างเคร่งครัด) ก็มั่นใจได้ว่า คุณๆ คงจะมีหน้าใส...ใส ได้อีกนานค่ะ แล้วยังมีเคล็ดลับ 7 ไม้เด็ดพลิกหน้าหมองเป็นหน้าขาว มาฝากคุณสาวๆ ตามนี้อีกค่ะ

1. วิตามินเอ พี่ใหญ่ของการผลัดสิว

กรดวิตามินเป็นยุทโธปกรณ์ที่ทรงอานุภาพในการสร้างสรรค์ความขาวให้แก่ผิว เพราะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกให้เร็วขึ้น บรรดาเมลานินที่ตะลอนทัวร์ป้วนเปี้ยนมาตกค้างอยู่บริเวณหนังกำพร้าชั้นบนๆ ก็จะได้หลุดออกไป นอกจากนี้ยังทำให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวและส่งผลให้มีเม็ดเลือดขาวชนิดพิเศษที่เรียกว่าแมคโครฟาจมาเก็บกินเมลานินที่ตกค้างอยู่ได้บ้างส่วน

2. กรดผลไม้ สลายผิวเก่า

ได้แก่ AHA และ BHA ตัวอักษรเปรียบเสมือนคาถาชินบัญชรของความงามทั่วปฐพี เป็นกลุ่มกรดผลไม้ช่วยผลัดเซลล์ผิว AHA ที่ดีที่สุดคือ ไกลโคลิคแอซิด (Glycolic Acid) สกัดจากอ้อย เพราะมีอานุภาคเล็ก สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี แต่ต้องระวังการระคายเคืองด้วยเช่นกัน หรือจะลองที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้นมา เช่น Malic Acid สกัดได้จากแอปเปิ้ล Tartaric Acid สกัดจากองุ่น หรือ Lactic Acid สกัดจากโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว

3. มอยส์เจอร์ไรเซอร์ป่วนเมลานิน

ทุกวันนี้มีการคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อสนองชาว beauty mania เฟ้นหาสารพัดสารสกัดที่ช่วยออกฤทธิ์ป่วนกระบวนการทำงานของเมลาโนไซด์ โดยไม่ตัดตอนกระบวนการสร้างเมลานินให้น้อยลง โดนแดดยามใดจะได้ไม่ต้องกลัวดำ (กว่าเดิม) สารเหล่านั้นได้แก่ กรดโคจิก (Kojic Acid) สกัดจากเชื้อราในถั่วหรือแป้ง ลิโคริช (Licorich) หรือสารสกัดจากชะเอมเทศ มัลเบอร์รี่เอ๊กซ์แทร็คท์ (mulberry extract) หรือใบหม่อน และบิลเบอร์รี่เอ๊กซ์แทร็คท์ (bilberry extract) นามอันเป็นอาญาสิทธิ์แห่งความขาวเหล่านี้จะพบเห็นได้ตามผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งตามท้องตลาด โดยกรดโคจิกมักจะได้รับความนิยม ถูกอัญเชิญมาใช้บ่อยกว่าชนิดอื่นๆ แต่ต้องระวังว่า สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มาก่อน หรือมีผิวบอบบาง อาจเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้สูง

4. ผิวสวยด้วยวิตามินซี

วิตามินซี นอกจากจะมีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการผลิตเมลานิน ยังทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสงให้กับผิว ทำให้ผิวไม่อักเสบแดงหลังจากถูกแดด แถมยังเป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย จะให้ออกฤทธิ์กับผิวได้ดีที่สุด วิตามินซีควรอยู่ในรูปของวิตามินซีบริสุทธิ์ หรือ L ascorbic Acid แต่วิตามินซีเป็นสารใจเสาะเจอความร้อนเข้าหน่อยก็สลายตัวไปดื้อๆ ดังนั้นวิธีการที่จะถนอมสรรพคุณให้คงกระพันจึงต้องผลิตวิตามินซีให้อยู่ในรูปผง เมื่อจะใช้ค่อยผสมกับของเหลวให้เป็นเซรั่มน้ำใสๆ ทาแล้วรู้สึกแสบเล็กน้อย แต่หลังจากผสมแล้วต้องเก็บให้อยู่ในที่เย็นและใช้ให้หมดภายในหนึ่งเดือน ไม่เช่นนั้นน้ำใสๆ จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หมดคุณค่า ทาแล้วแสบผิวฟรี

5. สกัดเมลานินด้วยวิตามินบี

นอกจากวิตามินซีแล้ว เดี๋ยวนี้วงการความงามยังนิยมใช้วิตามินบี หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการ ไนอาซินาไมด์ ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้เร็วขึ้น ทำให้จุดหรือรอยด่างดำจางลง เพราะในระยะแรกที่เมลานินเพิ่งถูกสร้างขึ้นก็จะเป็นเม็ดเมลานินอยู่ในหนังกำพร้าชั้นล่างสุด ไนอาซิไมด์จะยับยั้งการเคลื่อนตัวของเมลานินไปยังผิวชั้นบนให้ช้าลง ส่วนเมลานินที่มีอยู่เดิมก็จะถูกกำจัดออกไปในที่สุด

6. ขัดถูกู้ผิวใส

อย่างที่บอกมานานแล้วว่า หลังจากถูกแดดเผา ผิวจะป้องกันตัวเอง การสร้างเมลานินมาช่วยกรองรังสียูวีและสร้างผิวชั้นนอกให้หนาขึ้น ผิวจึงดูกร้าน มีสีหมองคล้ำ ไม่น่ามอง ดังนั้นนอกนจาจะใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกกรดผลไม้ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวแล้ว ลองหาสครับที่อ่อนโยนต่อผิวมาขัดเบาๆ ที่ผิวหน้าอาทิตย์ละครั้งเพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่าๆ ชั้นบนสุดให้หลุดล่อนไป แต่ไม่ควรขัดบ่อยเกินไป เพราะผิวชั้นนอกคือปราการช่วยปกป้องฝุ่นละอองสารเคมี ไม่ให้ทำลายผิวได้ง่าย ดังนั้นเมื่อรู้ดีว่าผิวบางลงจึงควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ

7. ครีมกันแดด เพื่อนแท้ของผิวพรรณ

ยืนยันจากปากแพทย์ผิวหนังหลายท่านว่า สิบครีมเพื่อหน้าขาวไม่เจ๋งเท่าหนึ่งครีมกันแดด ต่อให้บูชาความขาว ลงทุนทาไวเทนนิ่งขวดละลายหมื่นสามเวลาหลังอาหาร ถ้าไม่รู้จักทาครีมกันแดด ไวเทนนิ่งเหล่านั้นก็หมดความหมาย เพราะโดยธรรมชาติต่อให้ผลัดผิวทุกวัน หรือสกัดเมลานินไม่ให้ไปผุดไปเกิดอย่างไร เจอแดดเมืองไทยปะทะหน้าเปรี้ยงเดียว ไวเทนนิ่งที่พอกไว้เป็นแตกกระเจิง ความดำยังคงเล็ดลอดปรากฏออกมาให้เห็น การทาครีมกันแดดจึงเหมือนสวมเกราะปกป้องไม่ใหใบหน้าหมองคล้ำไปกว่าเดิม

ถึงจะขนไม้ตายมาอีกนับไม่ถ้วน ผิวก็ขาวขึ้นได้มากที่สุดเท่ากับผิวในร่มผ้าเท่านั้น ต่อให้พอกไวเทนนิ่งอย่างไรก็ไม่กลายเป็นฝรั่งผิวเผือกหรือขายอมชมพูสวยปิ๊งอย่างในทีวี อย่าลืมว่าโฆษณาเค้าขายความฝัน แต่ว่าเราซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้กับความจริง อย่าหวังอะไรเกินพิกัด ค่าความนิยมความขาวใสเป็นแค่เทรนด์หนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยลมปากและการโฆษณาชวนเชื่อ อันที่จริงผิวสวยไม่ใช่เรื่องของสีสันแต่ขึ้นอยู่กับความเนียน เรียบ และดูสะอาดต่างหาก เมื่อผู้หญิงไม่ใช่สินค้าแฟนไซส์ที่ต้องมีมาตรฐานความงามเดียวกันทั้งภูมิภาค จะดันทุรังเปลี่ยนตัวเองให้เหนื่อยไปทำไม ดูแลตัวเองให้ดีในแบบที่คุณเป็นคือสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ

ขอบขอบคุณ ข้อมูล ดีดี

จาก www.wedding.co.th

ร.ท.หญิง ไอเดีย อดุลยานุภาพ

กองกิจการร้านสวัสดิการกลาง