2007/May/10

ความคาดหวังของพ่อแม่เมื่อมีลูก

ความคาดหวังของพ่อแม่ เมื่อมีลูก มีอยู่ 3 ความหวัง คือ

ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา
หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ

นิมิตตัง สาธูรูปานัง กตัญญูกตเวที ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี กตัญญูหมายถึง การรู้อุปการะที่ผู้ใดผู้หนึ่ง ได้กระทำแก่เราโดยการระลึกถึงบ่อยๆ หรือการระลึกถึงบุญกุศลที่ทำให้เรามีความสุขสบาย อยู่ได้ในปัจจุบัน จัดเป็นกตัญญูธรรม บุคคลผู้รู้อุปการะดังกล่าวและกระทำตอบแทน จัดเป็นกตัญญูกตเวทีบุคคล พระพุทธเจ้าตรัสว่าในโลกนี้ มีคนที่หาได้ยาก 2 ประเภท ได้แก่

1.บุพการี คือคนผู้ให้อุปการะ เลี้ยงดู ส่งเสริมสนับสนุนเรามาก่อน
2.กตัญญูกตเวที คนผู้อุปการะเลี้ยงดู สนับสนุน ที่บุพการีทำแล้วกระทำตอบแทนในภายหลัง

ในอดีตได้มีกตัญญูบุคคลและกตเวทีมากมายนับไม่ถ้วน เช่น พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดพุทธบิดาให้ละมิจฉาทิฎฐิ กลายเป็นสัมมาทิฎฐิ สุวรรณสามผู้เลี้ยงดูพ่อแม่ผู้ชราตาพิการ และแม้แต่สัตว์เดียรัจฉาน อย่างนกแขกเต้าที่หาอาหารไปเลี้ยงพ่อแม่ จนถูกเจ้าของนาข้าวจับไปได้ ก็ได้แสดงทัศนะของความกตัญญูกตเวที แก่พราหมณ์โกสิยโครตว่า

โกสิยะ นกทั้งหลายมีขนปีกยังไม่งอก เป็นลูกน้อยของเราก็มีอยู่ ลูกน้อยเหล่านั้น ที่เราเลี้ยงแล้วจักเลี้ยงเรา ดังนั้น เราจึงให้หนี้แก่ลูกนกเหล่านั้น มารดาบิดาของเราแก่ชรา ผ่านวัยหนุ่มสาวแล้ว เรานำรวงข้าวสาลีของท่านไปด้วยจะงอยปาก เพื่อท่านทั้งสองนั้น เพื่อจะเปลื้องหนี้ที่ท่านทำแล้วในกาลก่อน

ดังนั้น บุพการีและกตัญญูกตเวทีคือ พ่อแม่คู่กับลูก ครูคู่กับศิษย์ พระพุทธเจ้าคู่กับเวนัยนิกร พระราชามหากษัตริย์คู่กับพสกนิกร จึงเป็นคู่บุญคู่บุพการี กตัญญูกตเวที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราชาวไทย นอกจากเป็นยอดกษัตริย์โลก คือเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์แล้วพระองค์ยังทรงเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูอีกด้วย เราจะเห็นได้จากความหวังของพ่อแม่ทั้งสาม ความหวังของพระองค์ปฏิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ โดยพระองค์ได้ปฏิบัติต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย

หวัง 1 ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้

พสกนิกรชาวไทยทุกคนคงเคยเห็นภาพที่สมเด็จย่าเสด็จไปในที่ต่างๆ แล้วมีในหลวงประคองดำเนินไปตลอดทาง ซึ่งอันที่จริงเวลาสมเด็จย่า เสด็จไปไหนจะมีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร พยาบาล ราชองครักษ์ คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรัสว่า "ไม่ต้อง ...คนนี้เป็นแม่ของเรา เราประคองเอง ตอนเล็กๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน ตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดทูนพระคุณท่าน ไม่ต้องละอายต่อใคร"

ช่างเป็นภาพที่ประทับใจมากที่สุด พระราชาผู้เป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ประคองแม่เดิน พสกนิกรเฝ้ารับเสด็จฝั่งขวา 3,000 คน ฝั่งซ้าย 4,000 คน ยกมือสาธุแซ่ซ้องสรรเสริญ กษัตริย์ยอดกตัญญูเดินประคองแม่ ถ่ายภาพเอามาทำปฏิทินติดไว้ที่บ้าน เป็นเครื่องดำเนินชีวิตตามแล้วเคารพกราบไหว้ ก่อนสมเด็จย่าสวรรคตปีเศษ พระชนมายุ 93 แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ จากวังสวนจิตรดาไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวีน ถามว่า ทำไมพระองค์เสด็จไปเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่า ไปสนทนากับสมเด็จย่า ไปทำให้สมเด็จย่าชุ่มชื้นพระทัย สัปดาห์ละ 5 วัน สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน 5 วัน เสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่า 1 วัน เสวยกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อีก 1 วัน พระองค์ทรงศีลอุโบสถ ดูเถิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีโครงการเป็นร้อย เป็นพันโครงการ แต่ทรงแบ่งวันเวลาให้กับแม่ได้

ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จไปเฝ้าสมเด็จย่า ต้องไปหมอบกราบที่ตักสมเด็จย่า และสมเด็จย่าก็จะดึงพระวรกายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้ามากอด และจุมพิตพระปราง ใครเคยเห็นบ้าง ใครมีต้องนำไปใส่กรอบ เพราะเป็นภาพความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างยอดเยี่ยม ใครเคยเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวน้อมพระวรกายกราบสมเด็จย่า สมเด็จย่าถือกำเนิดในตระกูลสามัญชน แต่พระองค์ถือกำเนิดจากฟ้า ฟ้าโน้มสู่ดิน ซึ่งแสดงถึงจิตใจของลูกที่เคาระ เทิดทูน สักการะกตัญญูต่อสมเด็จย่า

หวัง 2 ยามป่วยไข้ หวังเจ้าเฝ้ารักษา

สมเด็จย่า ประชวรอยู่โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปเยี่ยม เวลาตีหนึ่ง ตีสอง ตีสี่เศษๆ เสด็จกลับ กลางวันต้องทรงงาน ไม่มีเวลา ต้องเสด็จไปกลางคืนดึกๆ บางครั้งพระองค์ประชวร สมเด็จย่าก็ประชวร ไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชเหมือนกัน ตึกเดียวกัน องค์ละมุมตึก บางครั้งพยาบาลเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลม ผ่านหน้าห้องของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถสมเด็จย่า พร้อมรับสั่งว่า "แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น" นี่ขนาดเป็นยอดของกษัตริย์ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ป้อนข้าว ป้อนน้ำให้แม่ ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่ เลี้ยงหัวใจแม่

หวัง 3 เมื่อถึงยามต้องตาย วายชีวา หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ

วันนั้น วันที่สมเด็จย่าสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรงไปซบพระพักตร์ ที่พระอุระตรงกับพระหทัยของสมเด็จย่า คล้ายจะกราบบังคมทูลว่า ขอจุมพิตหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย นิ่งและนาน เมื่อเงยพระพักตร์ อสสุชลนองพระพักตร์ พระหัตถ์กุมพระหัตถ์ คล้ายกับรำลึกว่า มือนิ่มๆที่ไกวเปลนี้ ที่ปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์ เป็นที่รักของคนทั้งเมือง พระนามจึงกระฉ่อนพิภพ ชีวิตลูกแม่ปั้นมากับมือ ทอดพระเนตรเห็นหวีปักอยู่ที่พระเกศาของสมเด็จย่า พระองค์ค่อยๆบรรจงหวีพระเกศาของสมเด็จย่า หวี หวี หวี หวี หวี ให้แม่สวยที่สุด แต่งพระวรกายให้สมเด็จย่าพระสิริโฉมมากที่สุด ในวันสุดท้ายของสมเด็จย่า ทุกอิริยาบถแสดงออกถึงกตัญญูกตเวทิตา ยังความซาบซึ้งตรึงอยู่ในดวงใจของไพร่ฟ้าทุกคน ตราบนานเท่านาน
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลจาก กองธุรการ กรมสวัสดิการสารทหารบก

Comment

Comment:

Tweet


#7 by (125.26.23.23) At 2010-10-04 20:03,
I have been visiting various blogs for my term papers assignment research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information... Regards
#6 by term papers (182.178.0.2) At 2010-10-04 14:06,
นายชื่ออะไรopen-mounthed smile
#5 by เด (125.26.119.132) At 2009-08-20 10:52,
น่าจะมีสีสันมากกว่านี้surprised smile
#4 by เเก้ม (119.31.91.94) At 2009-01-31 15:15,
#3 by งงงง งง (118.173.117.11) At 2009-01-12 16:54,
นางสาว ปวีณา จันพราว
KATKHWAN@HOTMAIL.COM
ตอนที่เห็นท่านออกจากโรงพยาบาลก็ดีใจ
ถึงคุณ ...
ผู้ที่เขียนบทความนี้ได้แบ่งปันช่วงเวลาอันล้ำค่าที่พวกเขาได้รับ ผ่านการทรงงานของพระเจ้าอยู่หัว จึงอยากแบ่งปันเรื่องนี้กับคุณ
ขอขอบคุณhttp://www.mylifewithhismajestytheking.com/readerpage.cfm?Openid=568E1895-51FC-4F53-8AF9-CAD4F0B12B97
#2 by mba #2 At 2008-08-25 17:21,
Sutthiphan Phansuwan [BIG]
bigboybrand@hotmail.com
นักบิน...ฝนหลวง
เรื่องราวที่น่าประทับใจที่ทุกคนควรอ่าน
http://www.mylifewithhismajestytheking.com/readerpage.cfm?Openid=A075EE87-8204-41D5-A5B0-B7BCEB1067B9
#1 by mba #2 At 2008-08-25 17:20,