2007/May/23

"มีคนเคยบอกว่ารองลงมาจากความรักแล้ว

อารมณ์ขันคืออารมณ์ที่ดีและมีคุณค่าที่สุดที่มนุษย์มี

เป็นสิ่งอภิสิทธิ์ เป็นรางวัลที่พระเจ้าได้เลือกมอบให้

สำหรับมนุษย์เท่านั้น เพราะหมา แมว ลิง นก

และสัตว์ต่างๆนั้น ไม่สามารถสร้างเสียงอันไพเราะ

งดงามเช่นเสียงหัวเราะได้ แค่ยิ้มอย่างเดียวยังทำไม่ได้เลย

จะมาบังอาจหัวเราะเช่นมนุษย์ได้อย่างไร..."

วัวยังร้องไห้เลียนแบบมนุษย์ได้ เวลาจะถูกนำไปแปลงสภาพเป็นเนื้อแดดเดียวหรือสเต๊คแสนอร่อย วัวจะร้องไห้ หมาก็เกือบๆจะร้องไห้ได้ แต่ก็ยังเพียงแต่สะอื้นในอกให้เราเห็นได้เวลาที่ต้องพลัดพรากจากเจ้าของผู้เป็นที่รัก ส่วนแมวนั้นทำอะไรไม่เป็นเลย นอกจากร้อง เมี้ยว เมี้ยว แล้วก็เลยแผล็บๆ ก็มีคนเท่านั้นในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ที่หัวเราะเป็น หัวเราะหลายแบบเสียด้วย ถ้าร่างกายบึกบึนหน่อยก็มักจะหัวเราะเสียงดังก้องกังวาน ฮ่า...ฮ่า ถ้าตัวเล็กกระจ้อยร่อยก็มักจะหัวเราะเสียงแหลม ฮิๆๆ ถ้ามีสายเลือดผู้ดีหน่อยก็จะหัวเราะอยู่ในลำคอ เฮ่อ...เฮ่อ และม้วนบิดตัวพอสวยงาม คนที่ไม่มีสายเลือดผู้ดีจะหัวเราะได้มันกว่าดังกว่า เพราะบางทีจะกระทืบเท้าโครมๆๆๆ เท่านั้นยังไม่พอยังกลิ้งตัวไปมาซ้ายขวา ถ้าถึงขีดสุดก็อาจจะดิ้นกระแต่วๆได้ทันตาเห็น แต่ถึงจะหัวเราะด้วยเสียงแบบไหน ประกอบท่าแบบไหน เสียงหัวเราะก็ยังน่าฟังปานประหนึ่งเสียงดนตรีชนิดหนึ่งที่ช่วยยกระดับอารมณ์คนให้พ้นจากอารมณ์ที่พื้นๆและซ้ำซากทั้งหลาย เช่น อารมณ์หงุดหงิด อารมณ์ที่เหลือก็มักจะไม่ดีทั้งนั้น อ้อ...ยกเว้นอารมณ์รักที่ไม่ใช่ดีอย่างเดียวแต่วิเศษเชียวล่ะ แต่อารมณ์ขันน่ารักตรงที่ใครๆ ก็มีส่วนร่วมได้ คนมีอารมณ์ขันไปที่ไหน คนอื่นก็ร่วมหัวเราะไปกับเรา ส่วนคนมีอารมณ์รักมีแค่สองคนเท่านั้นที่รู้กัน ออกจะคับแคบไปหน่อย แต่ที่จริงแล้วเสียงหัวเราะนั้นมีความน่ารักหลายอย่างจาระไนกันไม่หมด ตราบเท่าที่เสียงหัวเราะยังมีก็แปลว่าชีวิตยังไม่สิ้นหวัง คนที่หัวเราะให้กับตัวเองได้คือคนที่สร้างกำลังใจให้กับตัวเองได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่หัวเราะเก่งจะร้องไห้ไม่เป็น แต่อาจจะเป็นคนที่ร้องไห้มามากมายจนไม่รู้ว่าจะร้องไห้อีกทำไม ก็หัวเราะมันซะดีกว่า แล้วมันก็ดีกว่าจริงๆ

เสียงหัวเราะทำให้บรรยากาศสดใส ทำให้บ้านน่าอยู่ ทำให้ที่ทำงานเป็นที่น่าทำงาน ทำให้มิตรภาพแน่นแฟ้น ทำให้ความรักยืนยง ทำให้อากาศที่ร้อนไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้อากาศที่หนาวอบอุ่นได้ ทำให้รถที่ติดก็ดูเหมือนไม่ติด คนที่ไม่มีอารมณ์ขันคือคนที่ไร้เสน่ห์ที่สุดในโลก เสียงหัวเราะบางครั้งอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่คุณเอ๋ย...ชีวิตเราเอาเข้าจริงๆแล้วก็ไร้สาระอย่างนี้น่ะเอง จะเอาอะไรกันนักกันหนา วันนี้หุ้นขึ้น พรุ่งนี้หุ้นตก มัวแต่เอาหัวโขกฝาจะได้อะไรขึ้นมา แต่ถ้าคุณหัวเราะให้กับมันได้ เสียงหัวเราะจะทำให้ความคิดคุณกระจ่างใส ต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่อาจเข้ามาเพราะมีการพิสูจน์มาแล้วว่า อารมณ์ขันเป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์ ทำให้คุณรู้จักตัวเองและตระหนักได้ว่า คนทุกคนมักมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นในชีวิตได้เสมอ แล้วจะทำอย่างไรให้มีอารมณ์ขัน ก็ต้องมองโลกในแง่ดี มองโลกอย่างเดียวยังไม่พอต้องมองคนในแง่ดีด้วย ต้องเชื่อว่าทุกคนมีความดีงามซ่อนอยู่เสมอ ต้องเชื่อว่าหลังฝนจะมีฟ้าอันสดใส แม้วันนี้จะมืดมนอย่างไร แต่พรุ่งนี้พระอาทิตย์ก็จะขึ้น วันใหม่ๆจะมีมาพร้อมกับความหวังใหม่ๆเช่นกัน คนที่มีอารมณ์ขันคือคนที่เชื่อว่าถ้ายังมีเสียงหัวเราะ เขาจะไม่ล้ม หรือถ้าล้มก็จะลุกขึ้นมาใหม่ได้ ถ้าไม่เชื่ออย่างนี้ก็ยากนะ ที่จะมีอารมณ์ขันหรือถ้ามีเสียงหัวเราะก็อาจจะแปร่งๆไปหน่อยไม่ค่อยน่าฟัง

อารมณ์ขันต้องอาศัยการฝึกฝนอยู่เหมือนกัน อยู่ๆจะลุกขึ้นมาเอิ๊กอ๊ากทันทีทันใดนั้นไม่ได้ถ้าภายในคุณไม่พร้อม และต้องแน่ใจว่าเสียงหัวเราะของคุณนั้นไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะเย้ย ถากถางคนอื่น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น แทนที่เสียงหัวเราะจะช่วยสร้างบรรยากาศให้สดชื่นก็จะกลายเป็นมลพิษทางหูไปได้ เสียงหัวเราะที่น่าฟังที่สุดคือเสียงหัวเราะของเด็กๆ เสียงหัวเราะที่ไม่น่าฟังที่สุดคือเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ ที่แค่นหัวเราะทั้งที่ไม่มีอารมณ์ขัน ไม่อยากหัวเราะแต่ยังหัวเราะ ฟังดูแล้วจะเหมือนร้องเพลงผิดคีย์ เล่นดนตรีผิดทำนอง

คุณพร้อมที่จะหัวเราะแล้วหรือยัง เริ่มต้นฝึกฝนด้วยขั้นตอนง่ายๆก่อนก็ได้ อย่างเช่นตื่นนอนตอนเช้าทุกวันและก่อนนอนให้จั๊กจี้ตัวเองวันละ 5 นาที เพื่อดูว่าท่าหัวเราะของคุณเองมันน่ารักสักแค่ไหน คุณอาจจะพบว่าคุณน่าจะทำท่าน่ารักอย่างนี้มาเสียตั้งนานแล้ว แล้วก็ฟังเสียงหัวเราะของตัวเองว่ามันน่าฟังยังไงบ้าง เมื่อพบแล้วก็ต้องฝึกขั้นต่อไปคือ หัดเล่าเรื่องลามกให้ตัวเองฟัง ถ้าตัวเองยังหัวเราะไม่ออกก็ต้องฝึกใหม่จนกว่าคุณจะหัวเราะเรื่องของตัวเองกลิ้งไปเลย แล้วก็หาเรื่องลามกเด็ดๆ สัก 2 - 3 เรื่อง เอาไว้เล่าต่อให้วงแตก ความลามกเล็กๆน้อยๆ เป็นความสดใสของชีวิตอย่างหนึ่ง แล้วก็ต้องหัดใส่หัวใจของเด็กๆลงไปในตัวเองบ้าง ใส่ความคิดของเด็กๆลงไปในหัวสมองบ้าง คุณจะหัวเราะได้ง่ายขึ้นแล้วก็ต้องหัดไร้สาระบ้าง ฟุ้งซ่านบ้าง หัดทำอะไรเพี้ยนๆบ้าง ชีวิตนี้มันสั้นนัก มาสนุกกับชีวิตกันดีกว่า

เสียงหัวเราะของคุณที่ว่าน่าฟังแล้ว แต่ที่น่าฟังกว่าคือ เสียงหัวเราะของคนอื่นที่ร่วมหัวเราะไปกับเรา เวลารถติด อย่าลืมเปิดกระจกยื่นหน้าไปที่รถข้างๆคุณ แล้วหัวเราะให้มันครื้นเครง บอกเขาว่าดูสิคะ รถติด น่าขำจังจะมีประเทสไหนรถติดเป็นลานจอดรถอย่างนี้บ้างมั้ยคะ...เอิ๊ก...เอิ๊ก... เอิ๊กฮ่ะ...ฮ่ะ แค่คิดก็ขำแล้ว แล้วก็สุภาษิตที่ว่าหัวเราะทีหลังดังกว่านั้น ใช้ไม่ได้ใครนะช่างตั้งขึ้นมา จะหัวเราะก่อนหัวเราะหลังก็ดังได้เท่ากันนั่นแหละ ว่าแต่คุณหัวเราะเมื่อไรล่ะ อย่างน้อย...ต้องให้ได้ 3 ครั้งหลังอาหาร แล้วกันนะคะ...ฮ่า...ฮ่า...เอิ๊กๆ


Thanks : พ.ท.หญิง เขมิกา บวรวุฒิ ขอบคุณที่มา "เคล็ดลับ" โดย ชานชลา

Comment

Comment:

Tweet


ต่อจากนี้จะหัวเราะให้ทุกวันเลย .........

#1 by mallikasaradevi At 2007-05-24 22:43,